วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551
บทที่ 6 บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์การ
คำถาม
1.ระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อกระบวนการทำงานและโครงสร้างขององค์กรอย่างไร
ตอบ
- ลดระดับขั้นตอนขององค์การ
- มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน
- ลดขั้นตอนการดำเนินงาน
- เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ
- กำหนดขอบเขตการดำเนินงานใหม่
2. องค์การเสมือนจริงมีลักษณะอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับองค์การทั่วไป
ตอบ
- ลักษณะขององค์การเสมือนจริงมีดังนี้
1) มีขอบเขตขององค์การไม่ชัดเจน
2) ใช้เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
3) มีความเป็นเลิศ
4) มีความไว้วางใจ
5) มีโอกาสทางตลาด
- ข้อดีขององค์การเสมือนจริงเมื่อเทียบกับองค์การทั่วไปคือ เป็นเครือข่ายของ องค์การ เชื่อมโยงกันด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะ ลดต้นทุน สร้างและกระจายสิค้าและบริการ โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวสถานที่ตั้งขององค์การ
3. ระบบสารสนเทศสามารถจัดเป็นประเภทใดบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างระบบสารสนเทศในแต่ละประเภท
ตอบ
- ประเภทของระบบสารสนเทศที่สำคัญมี 3 ประการคือ
1) ระบบสารสนเทศจำแนกตามประเภทธุรกิจ เนื่องมาจากการดำเนินงานขององค์การมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ระบบสารสนเทศจึงต้องมีการออกแบบให้สอดคล้องและเหมาะสมกับลักษณะงานขององค์การเหล่านั้น เช่น ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ระบบสารสนเทศบริหารโรงแรม ระบบสารสนเทศธนาคาร ระบบสารสนเทศโรงภาพยนตร์ ระบบสารสนเทศโรงเรียน
2) ระบบสารสนเทศจำแนกตามหน้าที่งาน เป็นระบบที่จำแนกตามตามลักษณะหรือหน้าที่ของงานหลัก ซึ่งแต่ละระบบสามารถประกอบด้วยระบบสารสนเทศย่อยๆ ที่เป็นกิจกรรมของงานหลัก เช่น ระบบสารสนเทศการตลาด ระบบสารสนเทศการบัญชี ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ระบบสารสนเทศการเงิน ระบบสารสนเทศห้องสมุด ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ ระบบสารสนเทศการผลิตและสินค้าคงคลัง
3) ระบบสารสนเทศจำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน ผู้บริหารในองค์การระดับที่แตกต่างกัน ( ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ ผู้บริหารระดับกลาง ผู้บริหารระดับสูง ) มีความต้องการในการใช้ระบบสารสนเทศที่แตกต่างกัน ดังนั้นระบบสารสนเทศจึงได้ถูกออกแบบให้มีความสอดคล้องกับลักษณะงานและระดับของผู้ใช้งานเพื่อให้สอดคล้องกับการนำสารสนเทศไปใช้ประกอบการบริหารและการตัดสินใจ เช่น ระบบประมวลผลธุรกรรม (TPS) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (EIS) ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบผู้เชี่ยวชาญ (ES)
4. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) แตกต่างจากระบบสารสนเทศการประมวลผลธุรกรรม (TPS) อย่างไร
ตอบ
ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) เป็นระบบสารสนเทศที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารในงานด้านเอกสาร รายงาน จดหมาธุรกิจ การส่งข้อความ การบันทึกตารางนัดหมาย การค้นหาข้อมูลจากเว็บเพจ ส่วน ระบบสารสนเทศการประมวลผลธุรกรรม (TPS) จะทำหน้าที่รวบรวม บันทึกข้อมูลในแฟ้มข้อมูล หรือฐานข้อมูลและประมวลผลข้อมูลที่เกิดจากการทำธุรกรรมและการปฏิบัติงานประจำขององค์การเพื่อนำไปจัดทำระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้นๆ
5. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระบบ TPS, OIS, MIS, DSS และ EIS
ตอบ
ความสัมพันธ์ของระบบสารสนเทศแบบต่างๆ
กรณีศึกษา : SF Cinema City นำไอทีพัฒนาระบบธุรกิจและบริการ
คำถาม
1. ระบบไอทีที่ เอส เอฟ ซินีม่า ซิตี้ นำมาใช้นี้ส่งผลต่อเจ้าของธุรกิจและผู้ใช้บริการอย่างไรบ้าง
ตอบ
- ในด้านของเจ้าของธุรกิจ เป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการโรงภาพยนตร์ เป็นกลยุทธ์ที่สามารถมัดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้องค์การดูมีความทันสมัย ภาพลักษณ์ขององค์การดีขึ้น แม้ว่าองค์การจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลเว็บไซต์ก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วน่าจะส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น เพราะลูกค้ามั่นใจในบริการและหันมาใช้บริการมากขึ้น
- ในส่วนของผู้ใช้บริการ ทำให้การดูหนังเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องออกจากบ้านก่อนเวลามากเพื่อไปรอคิวซื้อตั๋ว สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจองค์การมากขึ้น
2. ระบบที่นำมาใช้นี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
ตอบ
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการดูแลและอัพเดทข้อมูลของเว็บไซต์ ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือเครื่องปริ๊นจะไม่สามารถใช้บริการนี้ได้ ส่งผลให้การขยายตลาดไม่ครอบคลุมถึงชนชั้นรากหญ้า และอาจเกิดปัญหากับระบบอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาซึ่งแก้ไขได้ช้า
3. หากจะนำระบบไอทีของ เอส เอฟ ซินีม่า ซิตี้ มาให้บริการด้านอื่นๆจะแนะนำให้นำไอทีมาต่อยอดได้อย่างไรบ้าง
ตอบ
- ให้บริการจองตั๋วหนังผ่านทางโทรศัพท์
- ส่งรายละเอียดหนังใหม่ให้แก่สมาชิกโดยผ่านระบบ SMS / MMS
- ให้บริการสั่งจอง / ซื้อ สินค้าพรีเมี่ยมประกอบภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ได้
บทที่ 5 อินเตอร์เน็ตและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
1. Instant Messaging (IM) คืออะไร สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างไรบ้างและช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไรบ้าง
ตอบ
Instant Messaging ก็คือการสนทนาทางโทรศัพท์อย่างหนึ่งแต่เป็นในรูปของตัวอักษร พนักงานในบริษัททั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างใช้ IM เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สำหรับคนอีกจำนวนมาก IM คือการสื่อสารสำรองเมื่ออีเมล์มีปัญหาหรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ Instant Messaging สามารถใช้ประโยชน์ได้ดีกับทีมงานหรือโครงการต่างๆ มากกว่าผู้จำหน่ายปลีก ผู้มีอาชีพอิสระ ฯลฯ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ IM ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน แต่ไม่เปิดให้มีสัมพันธ์ภาพใหม่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม นอกจากประโยชน์เรื่องการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแล้ว การใช้เครื่องมือดังกล่าวมีความเสี่ยงและข้อเสียเช่นกัน
2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Business อย่างไร
ตอบ
E-Business จะมีความหมายกว้างกว่า โดยหมายถึง การดำเนินธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนหน้าร้าน (Front Office) และหลังร้าน (Back Office) ในขณะที่ E-Commerce จะเน้นการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ E-Commerce เป็นส่วนหนึ่งของ E-Business นั่นเอง
3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B), ธุรกิจกับลูกค้า (B2C), ธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) และลูกค้ากับลูกค้า (C2C)
ตอบ
- ธุรกิจกับธุรกิจ ( Business to Business : B2B ) เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มุ่งเน้นให้บริการกับลูกค้าที่เป็นองค์การธุรกิจด้วยกัน เช่น ผู้ผลิต – ผู้ผลิต ผู้ผลิต – ผู้ส่งออก ผู้ผลิต – ผู้นำเข้า และผู้ผลิต – ผู้ค้าส่ง การทำธุรกิจลักษณะนี้เป็นธุรกรรมจำนวนมาก มีมูลค่าการซื้อ - ขายสินค้าและบริการสูง
- ธุรกิจกับลูกค้า ( Business to Customer : B2C ) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่าผู้ขายที่เป็นองค์การธุรกิจกับผู้ซื้อหรือลูกค้าแต่ละคน อาจเป็นการค้าปลีกแบบล็อตใหญ่หรือเหมาโหล หรือแบบขายปลีกที่มีมูลค่าการซื้อขายสินค้าจำนวนไม่สูง สินค้าที่จำหน่ายอาจเป็นสินค้าที่จับต้องได้ เช่น หนังสือ เครื่องประดับ ของเล่น เป็นต้น หรือจะเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ เช่น เพลง ซอฟต์แวร์ เป็นต้น
- ธุรกิจกับภาครัฐ ( Business to Government : B2G ) เป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจเอกชนกับภาครัฐ ได้แก่ การประมูลออนไลน์ ( E-Auction) และการจัดซื้อ-จัดจ้าง ( E-Procurement)
- ลูกค้ากับลูกค้า ( Customer to Customer : C2C ) เป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าผู้บริโภคด้วยกัน ซึ่งการแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินค้าอาจทำผ่านเว็บไซต์ เช่น การประมูลสินค้า
4. อินเตอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซับพลายเออร์กับลูกค้าอย่างไรบ้าง
ตอบ
เป็นชุมชนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีทั้ง ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ เข้าออกแล้วค้นหาสินค้าและบริการตลอดเวลา จึงเป็นแหล่งที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ Internet จึงเป็นเหมือนจุดศูนย์การในการทำธุรกิจของโลกปัจจุบันมาก
5. อินเตอร์เน็ตมีผลต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง
ตอบ
มีหน้าที่ให้บริการต่าง ๆ กับลูกค้าตั้งแต่การค้นข้อมูลของ สินค้าและบริการ การสั่งซื้อ หรือแม้แต่การชำระเงินก็สามารถทำได้สะดวก สินค้าและบริการบ้างอย่างก็จะมีการให้บริการหลังการขายผ่านทาง Internet ด้วย
6. ในยุคของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง การจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปแบบของซีดีรอมน่าจะลดน้อยลงและได้รับความนิยมน้อยกว่าการจำหน่ายโดยวิธีการดาวน์โหลดผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นอย่างนั้น การจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุผลใด
ตอบ
คงเป็นความไม่มั่นใจของ File ที่ Download มาแล้วนั้นจะไม่สมบูรณ์แล้วต้องทำการ Download ใหม่ และอินเทอร์เน็ตผิดพลาดได้ง่ายเป็นการเสียเวลา จึงทำให้ส่วนใหญ่ CD-Rom ยังเป็นที่นิยมของการจำหน่าย Software ในปัจจุบันนี้
วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
คำถามท้ายบทที่ 1
1.ระบบสารสนเทศคืออะไร และระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไรบ้างตอบ
เป็นการนำองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบมาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลและแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการและสนับสนุนการตัดสินใจ
2.ข้อมูลสารสนเทศ และสารสนเทศกับความรู้แตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ
ข้อมูลเป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆไม่ว่าจะเป็นตัวเลข อักษร รูปภาพ หรืออื่นๆ เพื่อมีการนำข้อมูลผ่านการประมวลผลแล้วจึงจะเรียกข้อมูลนั้นว่าสารสนเทศ และสารสนเทศที่ว่านี้เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนและการตัดสินใจและการคาดการณ์ในอนาคตได้ สารสนเทศอาจแสดงในรูปแบบต่างๆ เช่นข้อความ ตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพได้สำหรับความรู้นั้นคือ การรับรู้และความเข้าใจสารสนเทศจนถึงระดับที่สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ได้คือมีความเข้าใจในองค์ประกอบต่างๆจนอาจเป็นทฤษฎี หรือ เป็นแบบจำลองทางความคิด และสามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินงานได้
3.ส่วนประกอบของสารสนเทศทั่วๆไปมีอะไรบ้าง
ตอบ
การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input) เป็นกิจกรรม การรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อการประมวลผล เช่น การจัดพิมพ์เช็คเพื่อข่ายเงินเดือนพนักงาน จำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานการประมวลผล (Process) เป็นการนำทรัพยากรที่ได้นำเข้าสู่ระบบมาปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่มีความหมาย เพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ วางแผน ควบคุม และดำเนินงานด้านต่างๆในการประมวลผลผลลัพท์ (Output) เป็นผลผลิตที่ได้จากการประมวลผล โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของเอกสารหรือรายงานสานสนเทศ เช่น รายงานยอดขาย สรุปไตรมาสต่างๆ
4.ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์คืออะไร (CBIS) คืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ตอบ
การพัฒนาและประยุกต์เอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการสื่อสารมาใช้ควบคู่กับสารสนเทศกลายเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในปัจจุบัน เพื่อลอกความผิดพลาดหรือล่าช้าที่จะผลิตสารสนเทศออกมา เช่น ระบบอินเตอร์เน็๖ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการส่งข้อมูล และสารสนเทศถึงกันและกันระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย 6 ส่วนหลักคือ1.ฮาร์ตแวร์2.ซอฟแวร์3.ข้อมูล4.การสื่อสารหรือเครือข่าย5.ขบวนการทำงาน6.บุคคลากรที่จัดการให้คอมพิวเตอร์ดีขึ้น
5.จงยกตัวอย่างระบบใดๆ มา 1 ระบบ พร้อมทั้งจำแนกส่วนประกอบและเป้าหมาย
ตอบ
1. ระบบ ข้าวหมูกระเทียมพริกไทย
2. ส่วนประกอบของระบบ2.1 ส่วนนำเข้าหมู,ข้าว,กระเทียม,ซอสปรุงรส,กระทะ,ตะหลิว,เตา,แก็ส,พริกไทย2.2 ประมวลผลการพัดหมูกระเทียม2.3 ผลลัพท์ข้าวหมูกระเทียมพริกไทย
3. เป้าหมาย การทำข้าวหมูกระเทียมพริกไทย ที่มีรสชาติอร่อย
คำถามท้ายบทที่ 3
1.จากภาพที่กำหนดให้ จงอฐิบายความหมายของคำต่อไปนี้
พร้อมยกตัวอย่างตอบ
1.1 ฐานข้อมูล (Database) หมายถึง
กลุ่มของแฟ้มข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันและถูกนำมารวมกัน ตัวอย่างเช่น
ฐานข้อมูลในบริษัทแห่งหนึ่ง อาจประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูลหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มต่าง
ก็มีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ แฟ้มข้อมูลพนักงาน แฟ้มข้อมูลแผนก แฟ้มข้อมูลลูกค้า
แฟ้มข้อมูลสินค้า เป็นต้น1.2 คลังข้อมูล (Data Warehouse) หมายถึง
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเฉพาะ ได้จากการใช้
หลักการหรือวิธีการเพื่อการรวมระบบสารสนเทศเพื่อการประมวลผลรายการข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
และแต่ละสายงานมารวมเข้าเป็นหน่วยเดียวกัน
เพื่อสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจของผู้ตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น1.3 ดาต้ามาร์ท(Data mart) หมายถึง
คลังข้อมูลขนาดเล็กมีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกว่าสำหรับใช้ในธุรกิจ
มีขนาดของข้อมูลและค่าใช้จ่ายต่ำ
การจัดทำคลังข้อมูลใช้เวลาสั้นการนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจสะดวกกว่าการใช้คลังข้อมูลกลางขององค์การ
เช่น ฐานข้อมูลบุคคล และฐานข้อมูลงานขายในรู1.4 ดาต้าไมนิ่ง (Data mining) หมายถึงเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด
(Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ชั้นสูง จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่
โดยสามารถหารูป แบบแนวโน้ม พฤติกรรม
ความสัมพันธ์ที่ซ่อนในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่หรือลักษณะต่อไปนี้1.
ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง (Association)2. ลำดับของข้อมูล (Sequence)
3. การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม (Classification)
4. การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง (Cluster)
5. การพยากรณ์ (Forecasting)
1.5 การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP) หมายถึง
เครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหา และวิเคาระห์ข้อมูล
จากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้
การวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะต่างๆเช่น1.การหมุนมิติ (Rotation) 2.การเลือกช่วงข้อมูล (Ranging)3.การเลือกระดับชั้น (Hierarchy)1.6 จากภาพที่กำหนด
A B และ C ให้ จงระบุและอธิบายว่า A,B และC หมายถึงA คือ คลังข้อมูล (data
warehouse)B คือ ดาต้ามาร์ท (data mart) C คือ OLAP , Data Mining2. จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานปฏิบัติการขององค์การ
ตอบพนักงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้หลายฝ่ายทั้งองค์กร
หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และ ข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน
และมีระบบความปลอดภัยของข้อมูลสูงใช้งานข้อมูลได้อย่างอิสระ
3. ธุรกิจอัฉริยะ หรือ Business Intelligence คืออะไร และมีการนำไปใช้งานอะไรตอบ
เป็นการใช้ข้อมูลขององค์การที่มีคุณค่ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินงานของธุรกิจ
ซึ่งโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลการค้นพบโอกาสใหม่ๆ
ในการดำเนินการทางธุรกิจกระบวนการหลักๆของธุรกิจอัจริยะคือ การสนับสนุนการตัดสินใจ
การคิวรีการรายงาน การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (olap) การใช้งานเช่น
การจัดทำประวัติของลูกค้า การประเมินถึงสภาพของตลาด
การจัดกลุ่มของตลาดการจัดลำดับทางด้านเครดิต การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
การจัดการความเคลื่อนไหวของสินค้า4. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดาด้าไมนิ่งในธุรกิจอื่นๆที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้ มา
3 ตัวอย่างตอบ
1.กิจการร้านอาหาร (พยากรณ์ช่วงลูกค้าเยอะ และแนวโน้มชนิดการสั้งอาหาร)
2.กิจการร้านซ่อม (ช่วงไหนของปีที่งานเสียเยอะลักญณะอาการเสียที่เปลี่ยนไป )
3.ร้านขายส่งลูกชิ้น (การคิดค้นสูตรใหม่ แลความต้องการของลูกค้า )
5.จากปัญหาแฟ้มข้อมูลที่ได้กล่าวในตอนต้นของบทนี้
ท่านคิดว่าคลังข้อมูล และดาด้าไมนิ่งช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไรบ้างตอบ
1.สามารถลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้(Minimum
Redundancy)2.เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล(Data Independence)
3.สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้หลายฝ่ายทั้งองค์กร(Improved Data Sharing)
4.มีความคล่องตัวในการใช้งาน (Improved
Flexibility)5.สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้ (High Degree of
DataIntegrity)
งานกลุ่ม บทที่ 1
ร้านไอศครีม IBERRY
ในช่วงแรกๆ ร้าน Iberry ประสบปัญหาในการบริหารงาน 3 ประการ ซึ่งพอสรุปประเด็นได้ดังนี้
1.ปัญหาเรื่องควบคุมความเย็น ในกรณีที่ตู้เย็นเก็บไอศครีมมีปัญหา เช่น ไฟดับ หรือตู้เย็นเสีย ก็จะทำให้ไอศครีมเสียหายได้
2.ปัญหาเรื่องข้อมูลการขาย จะทำอย่างไรเพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวันมีการขายไอศครีมแต่ละรสชาติเป็นจำนวนเท่าไร และจะทราบได้อย่างไรว่าพนักงานขายไม่ทุจริตในการดักไอศครีมจากถาด
3.ปัญหาการดูแลพนักงาน เนื่องจากทางร้านมรหลายสาขา ทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปดูแลในแตละสาขาได้ด้วยตัวเอง จะมีวิธีใดที่จะบริหารงานในหลายๆสาขาได้ในเวลาเดียวกัน
----------------------------------------
จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ผู้บริหารร้านไอศครีมได้มีแนวคิดที่จะนำไอที (ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และเครือข่าย) เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาด้วยวิธีดังนี้
1.ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ตู้ไอศครีม หากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เครื่องควบคุมระบบจะโทรศัพท์อัตโนมัติแจ้งให้ศูนย์ควบคุมได้ทราบ
2.ใช้ซอฟแวร์ kiosque สำหรับธุรกิจห้องอาหารเข้ามาช่วยในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการขาย3.การควบคุมดูแลพนักงานร้านในแต่ละสาขาใช้วิธีติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด(CCTVด้วยระบบ Network Camera) สามารถบันทึกภาพและเหตุการณ์ภายในร้านได้ตลอดเวลาและสามารถดูภาพผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ท
----------------------------------------
1.ประโยชน์ที่ร้านไอศครีม Iberry นำไอทีเข้ามาช่วย การบริหารงาน นอกจากการ แก้ปัญหาข้างต้น แล้วท่านคิดว่า ทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง
ตอบ ด้านความปลอดภัยมีกล้องวงจรปิดที่สามารถสอดส่องดูแลความปลอดภัยต่างๆทั้งผู้ที่มาใช้บริการและพนักงานในร้านด้านการคิดเงิน – ถอนเงินสามารถคิดเงินได้ถูกต้องแม่นยำ และผิดพลาดได้ยาก แต่หากใช้พนักงานในร้านคิดเงิน อาจจะล่าช้าใน้เวลาที่ผู้มาใช้บริการเร่งรีบ และอาจจะเกิดข้อผิดพลาดต่างๆได้ด้านความสะดวกสบายพนักงานในร้านไม่ต้องมาคอยเปิดตู้แช่ไอศครีมว่าจะละลายหรือเกิดการเสียหาย ทั้งไอศครีมและตู้แช่ผู้มาใช้บริการเสียสละเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะมาซื้อไอศครีมที่ร้านและอีกทั้งสามารถที่จะใช้เวลาที่เหลือให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นได้อีก
2.ท่านคิดว่า ในอนาคต ร้านไอศครีม Iberry สามารถ นำไอที เข้ามา ช่วยงานด้านใดอีกได้บ้าง
ตอบ ด้านการบริการต่างๆเช่น การทำแผ่นป้ายโฆษณา,Promotion ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ , ทำ webpage เกี่ยวกับข้อมูลของไอศครีมรสต่างๆในร้านโปรแกรมเครื่องตอกบัตร เข้า – ออก ในเวลาทำงาน เพื่อที่จะได้รู้ถึงเวลาเข้าและออกทำงานของพนักงานแต่ละบุคคล
3.จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้ แก้ปัญหาของผู้ บริหาร ร้านไอศครีม Iberry นั้น ท่านคิดว่า สามารถนำแนวคิด นี้ไปประยุกต์นี้ใช้ กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบาย และยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ 1. ธุรกิจเกี่ยวกับการเปิดร้าน Internet Café (ร้านอินเตอร์เน็ท)2.ธุรกิจเกี่ยวกับธนาคาร Banking Business3.ธุรกิจเกี่ยวกับร้านค้าทั่วไป Customer Businessทั้ง 3 อย่างนี้ มี1. ระบบการคิดหายอดเงินที่ต้องการ การบันทึกรายรับ – รายจ่าย ของผู้มาใช้บริการ นั้นๆ
2. กล้องวงจร บันทึกภาพถ่ายผู้มาใช้บริการ และพนักงานในร้าน
3. ระบบ Lan Wan หรือ Network เครือข่ายเชื่อมหากันทั้งเครือข่ายได้ทุกสาขาแม้จะอยู่คนละพื้นที่
----------------------------------------
รายชื่อผู้จัดทำ หมู่เรียน D6
1.นาย ธนัชชัย ไพโรจน์นภา 4921408203
2.นาย อำพล ช้างคล้าย 4921408205
3.นาย สิทธิพร อ้อมนอก 4921408212
4.นาย อานนท์ จึงชัยศรี 4921408213
5.นายโอภาส กาฬภักดี 4921408206