วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บทที่ 6 บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์การ

บทที่ 6 บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์การ
คำถาม
1.ระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อกระบวนการทำงานและโครงสร้างขององค์กรอย่างไร
ตอบ
- ลดระดับขั้นตอนขององค์การ
- มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน
- ลดขั้นตอนการดำเนินงาน
- เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ
- กำหนดขอบเขตการดำเนินงานใหม่

2. องค์การเสมือนจริงมีลักษณะอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับองค์การทั่วไป
ตอบ
- ลักษณะขององค์การเสมือนจริงมีดังนี้
1) มีขอบเขตขององค์การไม่ชัดเจน
2) ใช้เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
3) มีความเป็นเลิศ
4) มีความไว้วางใจ
5) มีโอกาสทางตลาด
- ข้อดีขององค์การเสมือนจริงเมื่อเทียบกับองค์การทั่วไปคือ เป็นเครือข่ายของ องค์การ เชื่อมโยงกันด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะ ลดต้นทุน สร้างและกระจายสิค้าและบริการ โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวสถานที่ตั้งขององค์การ

3. ระบบสารสนเทศสามารถจัดเป็นประเภทใดบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างระบบสารสนเทศในแต่ละประเภท
ตอบ
- ประเภทของระบบสารสนเทศที่สำคัญมี 3 ประการคือ
1) ระบบสารสนเทศจำแนกตามประเภทธุรกิจ เนื่องมาจากการดำเนินงานขององค์การมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ระบบสารสนเทศจึงต้องมีการออกแบบให้สอดคล้องและเหมาะสมกับลักษณะงานขององค์การเหล่านั้น เช่น ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ระบบสารสนเทศบริหารโรงแรม ระบบสารสนเทศธนาคาร ระบบสารสนเทศโรงภาพยนตร์ ระบบสารสนเทศโรงเรียน
2) ระบบสารสนเทศจำแนกตามหน้าที่งาน เป็นระบบที่จำแนกตามตามลักษณะหรือหน้าที่ของงานหลัก ซึ่งแต่ละระบบสามารถประกอบด้วยระบบสารสนเทศย่อยๆ ที่เป็นกิจกรรมของงานหลัก เช่น ระบบสารสนเทศการตลาด ระบบสารสนเทศการบัญชี ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ระบบสารสนเทศการเงิน ระบบสารสนเทศห้องสมุด ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ ระบบสารสนเทศการผลิตและสินค้าคงคลัง
3) ระบบสารสนเทศจำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน ผู้บริหารในองค์การระดับที่แตกต่างกัน ( ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ ผู้บริหารระดับกลาง ผู้บริหารระดับสูง ) มีความต้องการในการใช้ระบบสารสนเทศที่แตกต่างกัน ดังนั้นระบบสารสนเทศจึงได้ถูกออกแบบให้มีความสอดคล้องกับลักษณะงานและระดับของผู้ใช้งานเพื่อให้สอดคล้องกับการนำสารสนเทศไปใช้ประกอบการบริหารและการตัดสินใจ เช่น ระบบประมวลผลธุรกรรม (TPS) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (EIS) ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบผู้เชี่ยวชาญ (ES)

4. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) แตกต่างจากระบบสารสนเทศการประมวลผลธุรกรรม (TPS) อย่างไร
ตอบ
ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) เป็นระบบสารสนเทศที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารในงานด้านเอกสาร รายงาน จดหมาธุรกิจ การส่งข้อความ การบันทึกตารางนัดหมาย การค้นหาข้อมูลจากเว็บเพจ ส่วน ระบบสารสนเทศการประมวลผลธุรกรรม (TPS) จะทำหน้าที่รวบรวม บันทึกข้อมูลในแฟ้มข้อมูล หรือฐานข้อมูลและประมวลผลข้อมูลที่เกิดจากการทำธุรกรรมและการปฏิบัติงานประจำขององค์การเพื่อนำไปจัดทำระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้นๆ

5. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระบบ TPS, OIS, MIS, DSS และ EIS
ตอบ
ความสัมพันธ์ของระบบสารสนเทศแบบต่างๆ

กรณีศึกษา : SF Cinema City นำไอทีพัฒนาระบบธุรกิจและบริการ

กรณีศึกษา : SF Cinema City นำไอทีพัฒนาระบบธุรกิจและบริการ

คำถาม
1. ระบบไอทีที่ เอส เอฟ ซินีม่า ซิตี้ นำมาใช้นี้ส่งผลต่อเจ้าของธุรกิจและผู้ใช้บริการอย่างไรบ้าง
ตอบ
- ในด้านของเจ้าของธุรกิจ เป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการโรงภาพยนตร์ เป็นกลยุทธ์ที่สามารถมัดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้องค์การดูมีความทันสมัย ภาพลักษณ์ขององค์การดีขึ้น แม้ว่าองค์การจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลเว็บไซต์ก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วน่าจะส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น เพราะลูกค้ามั่นใจในบริการและหันมาใช้บริการมากขึ้น
- ในส่วนของผู้ใช้บริการ ทำให้การดูหนังเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องออกจากบ้านก่อนเวลามากเพื่อไปรอคิวซื้อตั๋ว สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจองค์การมากขึ้น

2. ระบบที่นำมาใช้นี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
ตอบ
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการดูแลและอัพเดทข้อมูลของเว็บไซต์ ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือเครื่องปริ๊นจะไม่สามารถใช้บริการนี้ได้ ส่งผลให้การขยายตลาดไม่ครอบคลุมถึงชนชั้นรากหญ้า และอาจเกิดปัญหากับระบบอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาซึ่งแก้ไขได้ช้า

3. หากจะนำระบบไอทีของ เอส เอฟ ซินีม่า ซิตี้ มาให้บริการด้านอื่นๆจะแนะนำให้นำไอทีมาต่อยอดได้อย่างไรบ้าง
ตอบ
- ให้บริการจองตั๋วหนังผ่านทางโทรศัพท์
- ส่งรายละเอียดหนังใหม่ให้แก่สมาชิกโดยผ่านระบบ SMS / MMS
- ให้บริการสั่งจอง / ซื้อ สินค้าพรีเมี่ยมประกอบภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ได้

บทที่ 5 อินเตอร์เน็ตและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

คำถาม
1. Instant Messaging (IM) คืออะไร สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างไรบ้างและช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไรบ้าง
ตอบ
Instant Messaging ก็คือการสนทนาทางโทรศัพท์อย่างหนึ่งแต่เป็นในรูปของตัวอักษร พนักงานในบริษัททั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างใช้ IM เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สำหรับคนอีกจำนวนมาก IM คือการสื่อสารสำรองเมื่ออีเมล์มีปัญหาหรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ Instant Messaging สามารถใช้ประโยชน์ได้ดีกับทีมงานหรือโครงการต่างๆ มากกว่าผู้จำหน่ายปลีก ผู้มีอาชีพอิสระ ฯลฯ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ IM ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน แต่ไม่เปิดให้มีสัมพันธ์ภาพใหม่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม นอกจากประโยชน์เรื่องการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแล้ว การใช้เครื่องมือดังกล่าวมีความเสี่ยงและข้อเสียเช่นกัน

2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Business อย่างไร
ตอบ
E-Business จะมีความหมายกว้างกว่า โดยหมายถึง การดำเนินธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนหน้าร้าน (Front Office) และหลังร้าน (Back Office) ในขณะที่ E-Commerce จะเน้นการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ E-Commerce เป็นส่วนหนึ่งของ E-Business นั่นเอง

3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B), ธุรกิจกับลูกค้า (B2C), ธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) และลูกค้ากับลูกค้า (C2C)
ตอบ
- ธุรกิจกับธุรกิจ ( Business to Business : B2B ) เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มุ่งเน้นให้บริการกับลูกค้าที่เป็นองค์การธุรกิจด้วยกัน เช่น ผู้ผลิต – ผู้ผลิต ผู้ผลิต – ผู้ส่งออก ผู้ผลิต – ผู้นำเข้า และผู้ผลิต – ผู้ค้าส่ง การทำธุรกิจลักษณะนี้เป็นธุรกรรมจำนวนมาก มีมูลค่าการซื้อ - ขายสินค้าและบริการสูง
- ธุรกิจกับลูกค้า ( Business to Customer : B2C ) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่าผู้ขายที่เป็นองค์การธุรกิจกับผู้ซื้อหรือลูกค้าแต่ละคน อาจเป็นการค้าปลีกแบบล็อตใหญ่หรือเหมาโหล หรือแบบขายปลีกที่มีมูลค่าการซื้อขายสินค้าจำนวนไม่สูง สินค้าที่จำหน่ายอาจเป็นสินค้าที่จับต้องได้ เช่น หนังสือ เครื่องประดับ ของเล่น เป็นต้น หรือจะเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ เช่น เพลง ซอฟต์แวร์ เป็นต้น
- ธุรกิจกับภาครัฐ ( Business to Government : B2G ) เป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจเอกชนกับภาครัฐ ได้แก่ การประมูลออนไลน์ ( E-Auction) และการจัดซื้อ-จัดจ้าง ( E-Procurement)
- ลูกค้ากับลูกค้า ( Customer to Customer : C2C ) เป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าผู้บริโภคด้วยกัน ซึ่งการแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินค้าอาจทำผ่านเว็บไซต์ เช่น การประมูลสินค้า

4. อินเตอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซับพลายเออร์กับลูกค้าอย่างไรบ้าง
ตอบ
เป็นชุมชนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีทั้ง ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ เข้าออกแล้วค้นหาสินค้าและบริการตลอดเวลา จึงเป็นแหล่งที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ Internet จึงเป็นเหมือนจุดศูนย์การในการทำธุรกิจของโลกปัจจุบันมาก

5. อินเตอร์เน็ตมีผลต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง
ตอบ
มีหน้าที่ให้บริการต่าง ๆ กับลูกค้าตั้งแต่การค้นข้อมูลของ สินค้าและบริการ การสั่งซื้อ หรือแม้แต่การชำระเงินก็สามารถทำได้สะดวก สินค้าและบริการบ้างอย่างก็จะมีการให้บริการหลังการขายผ่านทาง Internet ด้วย

6. ในยุคของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง การจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปแบบของซีดีรอมน่าจะลดน้อยลงและได้รับความนิยมน้อยกว่าการจำหน่ายโดยวิธีการดาวน์โหลดผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นอย่างนั้น การจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุผลใด
ตอบ
คงเป็นความไม่มั่นใจของ File ที่ Download มาแล้วนั้นจะไม่สมบูรณ์แล้วต้องทำการ Download ใหม่ และอินเทอร์เน็ตผิดพลาดได้ง่ายเป็นการเสียเวลา จึงทำให้ส่วนใหญ่ CD-Rom ยังเป็นที่นิยมของการจำหน่าย Software ในปัจจุบันนี้